Happiness (รีวิวซีรีส์ Netfrix)

Happiness (รีวิวซีรีส์ Netfrix)

ผมเคยมองตัวเองและสังคมรอบด้านเอาไว้ เมื่อคราวโควิดแพร่ระบาดใหม่ๆ เป็นเหตุผลให้เราต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน เว้นระยะ ไปจนเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและความคิดอ่านของเราไปหลายอย่าง

ใหม่ๆ ผู้คนเริ่มตื่นตัวกัน หน้ากากอนามัยขาดตลาด จากที่ขายกันชิ้นละไม่กี่บาท ขยับไปเป็นสิบเท่า สินค้าหลายอย่างขาดตลาดจากการกักตุนของผู้ใช้ และผู้ขายที่รอขึ้นราคา ไปจนถึงกรณีที่ผมเคยเกือบต้องทะเลาะกับชายคนนึง ที่ไม่พยายามเว้นระยะห่างกันในเคาน์เตอร์คิดตังค์

ผมเคยพูดว่า คนเราทุกคน ล้วนเป็นคนดี แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนคนที่คิดดีไฝ่ดี ให้กระทำอะไรที่เลวร้ายออกไปได้ คนต้องถูกเรียกว่า คนเลว ไปในที่สุด ปัจจัยนึงที่สำคัญคือ “ความเห็นแก่ตัว” นั่นเอง

การกลัวเสียเปรียบ กลัวผิดพลาด กลัวไม่เท่าทันคนอื่น กลัวต้องเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ กลัวไม่พอจนต้องเผื่อ กลัวความขาดแคลนในวันข้างหน้า กลัวจะต้องแย่กว่าคนอื่น นั่นคือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เราจำเป็นต้องคิดเห็นแก่ตัว

เมื่อเราเริ่มคิดเห็นแก่ตัว และเริ่มประพฤติตัวด้วยความคิดแบบนี้ไปหลายๆ ครั้ง เราจะเริ่มชินกับมัน และเริ่มแสดงออกแบบนั้นได้อย่างไม่เคอะเขิน ไปจนทำไปโดยไม่คิดอะไร เพราะมีเหตุผลอธิบายตัวเองอย่างเต็มที่ ตามเหตุผลย่อหน้าบน

ซีรีส์เรื่องนี้ แม้จะใช้ซอมบี้เป็นตัวเดินเรื่อง แต่มันกลับเป็นประเด็นรองไปจากการพูดถึงความคิดโดยใช้ข้ออ้างให้ตัวเองต่างๆ ซึ่งเข้าใจว่า ผู้สร้างคงคาดหวังจะชี้ประเด็นนี้ให้สังคมแลเห็น

ถ้าจับตัวละครทุกตัว มาขยายความ ผมเชื่อว่า เราจะพบตัวเราเอง ซ่อนอยู่ในตัวละครซักตัว หรือมากกว่านั้น ผมเองก็ยอมรับ คราวน้ำท่วมใหญ่ ผมก็หาถุงทราย แผ่นพลาสติก เทปกาว น้ำดื่ม มาม่า กักตุนไว้ไม่น้อย หรือแม้แต่การซื้อสบู่ แชมพูครั้งละเยอะๆ จนแทบหมดเชลท์ เพียงเพราะมันลดราคานั่นก็ด้วย สิ่งที่ผมไม่รู้ก็คือ ใครจะขาดแคลนไปบ้าง หากผมกวาดมาทีละเยอะๆ แบบนั้น

คุณอาจช่วยเถียงแทนได้ว่า สินค้าไม่ได้ขาดแคลน หมดแผง เขาก็เอามาเติมใหม่ ผมก็คิดแบบนั้นแหละ แต่… ใครจะรู้ล่ะ

ซีรีส์ชูประเด็นนี้ค่อนข้างหนัก แทบทุกตัวละครในนั้น ล้วนแสดงออกถึงความคิดเอาตัวเองเป็นที่ตั้งแบบทุกระดับ ตั้งแต่เล็กน้อย ไปจนมากมายมหาศาล ตั้งแต่ดีๆ ไปจนเปลี่ยนแปลง และตั้งแต่เลวอยู่แล้ว ไปเป็นสารเลว

ความจริง ผมเชื่อว่า ความเห็นแก่ตัวนั้น โดยมาก มักเป็นความคิดมากกว่าอารมณ์ ดังนั้น ยามปกติ เราจึงมักสะกดกลั้นได้มากกว่าอารมณ์ทั่วๆ ไป เช่น หิว เกลียด รังเกียจ เงี่ยน ที่เรามักสะกดไว้ไม่ไหว เว้นแต่ในยามไม่ปกติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยพิบัติ ต่างๆ ที่เราต้องเอาตัวรอด หรือยามที่ซอมบี้เดินกันว่อนอยู่หน้าประตูบ้าน อารมณ์และความคิดเลวร้ายเหล่านี้ จะสามารถเจ้ามาครอบงำเราได้ง่ายดาย ด้วยเหตุผลมากมายประดามี

แถม

ฮันฮโยจู รับบทนางเอกได้สวย เท่ห์ และแม้มันจะเป็นซีรีส์ซอมบี้ ที่พูดถึงด้านเลวร้ายของมนุษย์ แต่ก็ยังสอดแทรกเรื่องราวของความรักได้อย่างสวยงามจริงๆ (สปอย)​ ทั้งเรื่อง มีฉากจูบแค่ฉากเดียว ไม่พร่ำเพรื่อ เหมาะสมกับเวลาและโอกาส และทำให้คนดูอิ่มเอม (แบบที่หนังฮอลลีวูดไม่สามารถทำให้เรารู้สึกได้แบบนั้น)

ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ดูสนุก จนคุณจะไม่อยากพลาด ไม่อยากหยุดไว้ดูต่อวันพรุ่งนี้ และกลายเป็น 2 วันจบเหมือนผมหรือน้อยกว่านั้น ถ้าคุณพอมีเวลา

แชร์เลย

Share this post