Blog

XIAOMI โลโก้ใหม่… ไฉไลหรือไม่ต่างจากเดิม?

โลโก้ Xiaomi ชั่วโมงนี้ คงไม่มีนักออกแบบคนไหนไม่พูดถึงการออกแบบโลโก้ใหม่ของ XIAOMI กันนะครับ จะเห็นได้ว่า โลโก้ใหม่นั้น มีความคล้ายคลึงของเดิมอยู่เป็นส่วนใหญ่จากภาพที่เห็น ดูเหมือนจะต่างกันแต่เพียงกรอบของโลโก้ ที่เปลี่ยนจาก 4 เหลี่ยมจตุรัส มาเป็นมุมมน ที่มีส่วนโค้งไปทั้ง 4 ด้าน (ไม่ใช่ 4 เหลี่ยมมุมมนซะทีเดียว) โลโก้ Xiaomi แบบใหม่และเก่า นักออกแบบคือ ศาสตราจารย์เคนยะฮาระ (Kenya HARA) ประจำมหาวิทยาลัยศิลปะมุซาชิโนะและประธานศูนย์นิปปอนดีไซน์เซ็นเตอร์ (NDC) ซึ่งเคยเป็น Art Director ให้กับแบรนด์ Muji ที่เรารู้จักกันนั่นแหละครับ ศาสตราจารย์เคนยะ ฮาระ (Kenya HARA) แวบแรกที่เห็น ผมเชื่อว่า คงมีจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า มันแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปจากเดิมเลย ดังเราอาจจะเห็นคอมเม้นท์ในแนวสบประมาทได้จากคอมเม้นท์จำนวนไม่น้อยของผู้คนทั่วไป หรือแม้แต่ในสายตาของนักออกแบบเองก็ตาม สินค้าจำนวนไม่น้อย ที่มีการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปตามเวลาและโอกาส ด้วยนัยยะหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไป, ภาพลักษณ์ที่ต้องการปรับเปลี่ยน, แนวทางการออกแบบ, การเพิ่มเชิงชั้นของระดับสินค้า, การขยับตัวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นของแบรนด์, การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของแบรนด์ (เช่น การควบรวมกับกิจการอื่น หรือการเปลี่ยนทีมบริหาร) หรือแม้แต่เหตุผลพื้นฐานอย่างการสร้างความแปลกใหม่ให้หน้าตาสินค้าขึ้น การปรับเปลี่ยนกรอบ 4 เหลี่ยม (ซึ่งให้ความหมายถึงเทคโนโลยี)...

เรื่องสั้น…มาก

เรื่องที่ 1. ผมพึ่งวางหูโทรศัพท์ลง พ่อโทรมาจากหาดใหญ่ว่า น้องชายผมกำลังจะเสียชีวิต ให้ผมซื้อตั๋วเครื่องบินบินกลับไปดูใจน้องพรุ่งนี้เช้า ผมทำอะไรไม่ถูก เพราะพ่อผมตายไป 40 ปีแล้ว และผมไม่เคยมีน้องชาย ///////////////////////////////////// เรื่องที่ 2. หญิงสูงวัยบ้านเยื้องกันเดินมาหาผมที่บ้านพร้อมสามี และบอกความประสงค์ว่า สามีของเธอเป็นผู้รับเหมา ได้ยินว่าท่อน้ำหลังบ้านผมรั่ว ผมเลยชี้ให้สามีของเธอเดินเข้าไปทางหลังบ้านเพื่อดูอาการ ส่วนหญิงสูงวัยชวนผมพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยบริเวณหน้ารั้วบ้าน สามีเธอหายไปหลังบ้านนานและไม่เดินออกมาอีก จนหญิงสูงวัยขอตัวกลับบ้าน ผมจึงนึกขึ้นได้ เมื่อ 5-6 ปีก่อน รถอาสากู้ภัยนำศพของสามีเธอไปส่ง ร.พ มานี่นา แล้วคนที่หายไปหลังบ้านของผมล่ะ? ///////////////////////////////////// เรื่องที่ 3. เด็กชายบ้านตรงข้ามผมมักวิ่งเล่นและส่งเสียงดังทุกเย็นจนผมรำคาญ ผมจึงมักไม่ค่อยอยู่บ้านตอนเย็นนัก แต่ก็แปลกใจที่อาทิตย์ก่อนผมขับรถกลับมาบ้าน หลังจากถอยรถเข้าที่จอดหน้าบ้าน ผมกลับไม่ได้ยินเสียงเด็กคนนั้นอีกจนถึงวันนี้ เด็กคนนั้นหายตัวไปจากบ้านโดยไม่มีใครรู้ ผมแอบดีใจลึกๆ เพราะจะได้อยู่บ้านอย่างสบายหูเสียที จนถึงเวลานี้ ผมได้ยินเสียงหัวเราะแหลมเล็กของเขาดังมาจากใต้ท้องรถ ///////////////////////////////////// เรื่องที่ 4. ทุกเช้าบริเวณแยกไฟแดง ผมจะเห็นเด็กชายวัย 5-6 ขวบขายพวงมาลัย ผมจึงคอยหาซื้อขนมติดรถเอาไว้ เมื่อใดที่รถติดไฟแดงและเห็นเขาอยู่แถวนั้น จะกวักมือเรียกมาเอาขนมไปกินอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องมีขนมไว้ในรถไปแล้ว จนอาทิตย์ก่อน ผมไม่เห็นเด็กชายคนนั้นหลายวันติดกัน จึงถามเด็กคนอื่นๆ ที่ขายพวงมาลัยอยู่ด้วยกัน จึงได้รับคำตอบว่า เขาโดนรถชนตาย ผมหันมองหลังรถ มีขนมเหลืออยู่อีกหลายชิ้น แต่เด็กคนนั้นตายไปแล้ว ผมเลยเอาห่อขนมทั้งหมด ส่งให้เด็กที่แจ้งข่าวกับผมไป ผมกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณทุ่มเศษ นั่งดูทีวีและนึกถึงเด็กชาย เขายังเด็กมากเกินไปที่จะให้ออกมาเสี่ยงชีวิตอยู่บนถนน และผมก็เหลือบไปเห็นเงาดำๆ...

รับออกแบบโลโก้ (Logo) ราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท!

รับออกแบบโลโก้สำเร็จพร้อมใช้งานง่ายๆ ตามความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็น Picture Profile Logo, Cover Youtube Logo, วางบนคลิป, ไปจนถึงการใช้โลโก้สำหรับสิ่งพิมพ์ โฆษณา, สิ่งพิมพ์องค์กรหรือ Stationery และไปจนถึงการกำหนด Corporate Identity สินค้าของคุณมีโลโก้เป็นของตัวเองมั๊ย? มาถึงยุคนี้ เรามีช่องทางแสดงตัวตนได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเอง, กลุ่มของคุณ เช่น กลุ่มเล่นดนตรี กลุ่มนักบอล หรือกลุ่มผู้สนใจในสิ่งเดียวกัน มาจนถึงสินค้าของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่คุณอาจผลิตเอง หรือสินค้าที่คุณสั่งนำเข้ามาและติดยี่ห้อของตัวเอง และธุรกิจรูปแบบต่างๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า, ร้านกาแฟ, ธุรกิจจดทะเบียนบริษัท จนถึงระดับบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่  สิ่งที่จะสามารถแสดงตัวตนได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน คือชื่อและโลโก้ คุณอาจสั่งสินค้าเล็กๆ ประเภทเจลแอลกอฮอล์, เคสโทรศัพท์, ตุ๊กตาเกาหลี ฯลฯ จะดีมั๊ย หากมันบรรจุอยู่ในแพคเกจที่เป็นชื่อของคุณเอง โลโก้ของตัวเอง และแสดงความแตกต่างจากสินค้าตัวอื่นโดยการมีโลโก้ที่แสดงตัวตนของคุณให้โลกได้รับรู้ องค์กรธุรกิจจำนวนมาก ให้ความสำคัญกับการออกแบบโลโก้, การมีแนวทางที่ชัดเจนและสมารถสื่อหรือแสดงตัวตนออกไปได้ นั่นจะเป็นสิ่งแรก ที่บุคคลภายนอกจะได้รับรู้หรือพบเห็น มันอาจแสดงตัวอยู่บนนามบัตร, บนรูปโปรไฟล์เฟสบุค, บนแพคเกจสินค้า, บนสิ่งพิมพ์ทุกชิ้นของคุณ หรือบนหน้าอกเสื้อของคุณ http://dibdsign.com/logo-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/ การออกแบบโลโก้จึงเป็นสิ่งแรก และเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุด...

เรื่องสั้น (มาก) “ไทม์แมชชีน”

เรื่องที่ 1. ตัวคุณในวัย 90 ปี นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลามาหาคุณ และบอกคุณว่า คุณคือคนแรกและคนเดียวที่สร้างไทม์แมชชีนได้สำเร็จ เพราะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและแปลกประหลาด คุณเลยตัดสินใจที่จะฆ่าตัวคุณในวัย 90 และยึดไทม์แมชชีนอันนั้นมา คุณเลยกลายเป็นผู้สร้างไทม์แมชชีนเครื่องแรกและเครื่องเดียวในโลก ................................................................................ เรื่องที่ 2. ชายหนุ่มนั่งไทม์แมชชีนกลับไปในอดีตก่อนเขาเกิดประมาณ 4-5 ปี และพบรักกับหญิงสาวในยุคนั้น จึงแต่งงานอยู่กินกับหญิงสาว จนหญิงสาวตั้งท้อง และหมอดูบอกให้หญิงสาวเปลี่ยนชื่อ นามสกุล เป็นชื่อและนามสกุลเดียวกับแแม่ของชายหนุ่ม และคลอดลูกออกมาในวันเดียวกับเวลาที่ชายหนุ่มเกิด ชายหนุ่มนึกถึงพ่อของตัวเองที่ยังอยู่กับแม่ในโลกปัจจุบัน ................................................................................ เรื่องที่ 3. หญิงสาวนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไป และพบชายหนุ่มในฝันที่เธอไม่รู้ชื่อ เธอจึงพยายามแย่งเขามาจากแฟนสาวจนสำเร็จ ด้วยการฆ่าแฟนสาวของเขา หลังจากนั้น หญิงสาวจึงรู้ว่าชายหนุ่มคือพ่อของตัวเอง และแฟนสาวของเขาคือแม่ ................................................................................ เรื่องที่ 4. ชายหนุ่มเกิดมาในครอบครัวที่ลำบาก มีชีวิตแร้นแค้นมาตั้งแต่เด็ก พ่อเป็นชายพิการ เขาจึงตัดสินใจทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บหอมรอมริบ จนสามารถเก็บเงินซื้อทองคำมาจำนวนมากพอที่จะเรียกว่าร่ำรวยได้ เขาจึงนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปในสมัยแม่ยังสาว เพราะช่วงเวลานั้นทองคำขายได้ราคาสูงที่สุด เพื่อนำทองคำทั้งหมดนั้นไปให้แม่ของเขาในวัยสาว แม่กลายเป็นหญิงสาวที่ร่ำรวย และไม่มองชายพิการผู้มาจีบแม้แต่หางตา และได้แต่งงานกับเศรษฐีหุ้นคนนึง และหลังจากนั้น คนทั้งคู่ก็ล้มละลายจากการค้าหุ้น ส่วนชายพิการหลังจากถูกหญิงสาวเมิน เขาก็มุมานะทำงานจนร่ำรวย แต่ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหน และไม่มีภรรยาจนชั่วชีวิต เพราะยังรักแม่ของชายหนุ่มอยู่ ................................................................................ เรื่องที่ 5. เด็กชายทำหุ่นยนต์ตัวโปรดหาย หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เขาเสียดายมันมาก เพราะเป็นของเล่นที่มีเพียงชิ้นเดียว เขาจดจำเรื่องนี้ได้จนโตเป็นผู้ใหญ่...

คุณเคยเขียน “สมุดบันทึก” มั๊ย?

ใครยังนิยมพกสมุดกันอยู่บ้างมั๊ยครับ สมุดโน๊ต, สมุดงาน, สมุดบัญชี, สมุดออร์แกไนเซอร์, สมุดบันทึก หรือสมุดอะไรก็ได้ ที่คุณสามารถใช้เขียนด้วยมือของตัวเอง ที่ไม่ใช่การพิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน

LOGO คืออะไร?

โลโก้ (Logo) คืืองานออกแบบรูปแบบหนึ่งของงานออกแบบ บางคนอาจถือว่า โลโก้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบเลยก็ว่าได้ ในทุกวันนี้ เราใช้โลโก้กันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโลโก้สินค้า, โลโก้ธุรกิจ, โลโก้หน่วยงานราชการ, โลโก้กลุ่มบุคคล, โลโก้เพจเฟสบุค, โลโก้ยูทูป, โลโก้งานอีเว้นท์, โลโก้แต่งงาน, หรือแม้แต่โลโก้แทนตัวคน เราจึงพบเห็นโลโก้อยู่ทั่วไปในสายตา ทั้งผู้คน, เสื้อผ้า, อาคารสถานที่, สินค้าทุกอย่าง มีมังโลโก้แบบง่ายๆ ที่คิดเองทำเอง ไปจนถึงโลโก้ที่ผ่านการออกแบบมาแบบราคาแพงมหาศาล ตามความแตกต่างในการใช้งาน การมีโลโก้เป็นของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยาก อันที่จริง ลายเซ็นก็อาจจะนับเป็นโลโก้ประจำตัวรูปแบบนึง หรือลองนึกภาพตราประทับแบบในหนังจีนหรือหนังเกาหลี ก็นับได้ว่า เป็นการสร้างโลโก้รูปแบบหนึ่งเช่นกัน การสร้างโลโก้ มีความสำคัญอย่างไรถ้าเรานึกถึงการตั้งชื่อสินค้าหรือชื่อบริษัทที่อาจอ่านยาก หรือยาวเกินไป เราอาจรู้สึกได้ว่าไม่น่าจดจำ เช่น อาจเป็นชื่อที่มาจากภาษาต่างประเทศและอ่านยาก หรือชื่อภาษาไทยแต่ยาวและไม่น่าสนใจ ไม่ดึงดูดสายตาและการจดจำ การมีสัญลักษณ์ซักชิ้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตัวแทน ก็อาจสร้างการจดจำได้มากขึ้น (บางครั้ง ผู้คนอาจจดจำภาพของโลโก้ได้มากกว่าชื่อเสียด้วยซ้ำ) โลโก้จึงสามารถใช้แทนภาพลักษณ์และความหมายของสินค้า ทั้งความหมายของรูปแบบสินค้าเอง หรือความหมายในแง่ของภาพลักษณ์สินค้า ยิ่งได้รับการออกแบบให้ดูดีมากเท่าไหร่ การจดจำและความรู้สึกดีต่อสินค้า ก็จะยิ่งมีมากขึ้น และดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น หลักการออกแบบโลโก้โลโก้ ประกอบด้วยส่วนผสมของ 2 สิ่ง คือ “ภาพ” และ “ความหมาย” “ภาพ”...

ชวนดูซีรี่ย์ Start-Up

“ถ้าวันไหนประสบความสำเร็จ ไม่ต้องติดต่อมา แต่ถ้าหากวันไหนเดือดร้อน เจ็บป่วย ค่อยติดต่อมา” ประโยคคำพูดของคุณย่าที่พูดกับฮันจีพยอง ในวันที่เด็กชายกำลังก้าวขาออกจากกระบะทราย กลายเป็นความหมายและโครงสร้างของเรื่องราวทั้งหมดในเรื่อง จุดเริ่มต้น เริ่มเพียงเพราะในยามวัยเด็กของซอดัลมี ต้องหกล้มพลาดท่าจากการเล่นในสนามเด็กเล่น คุณพ่อจึงเอาทรายมาปูพื้นไว้ให้ เพื่อรองรับการล้มจากชิงช้าของลูก ไม่ให้ต้องบาดเจ็บหากพลาดท่า จนกลายมาเป็นที่มาจุดเริ่มต้นของเรื่อง และเรื่องราวในระยะกลาง และแตกขยายออกไป เด็กหญิง 2 คน ที่มาจากครอบครัวคนชั้นกลาง ที่ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อให้ได้ก้าวขึ้นสู่เป้าหมายสูงสุดด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งน่าจะเป็นพ้องต้องกันทั้งครอบครัว ต่างกันแค่ ทั้ง 4 คน กลับเลือกวิธีการที่แตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ไปถึงเป้าหมายนั้น และที่แน่ๆ แม้จะเป็นเป้าหมายเหมือนกัน แต่กลับไม่ใช่เป้าหมายร่วมกัน สิ่งสำคัญของสังคมเล็กๆ เช่นนี้ คือเป้าหมายหรือความฝันเพื่อวันที่ดีกว่าในวันข้างหน้า และหากในสังคมเล็กๆ นั้น ทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันและร่วมกัน มันก็จะเป็นโอกาสให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น นี่คือสิ่งที่หนังพยายามจะบอกเรามา ผมดูตอนจบของซีรีย์นี้ไปเมื่อวาน ก็พบว่า ผู้ที่เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในหนังเรื่องนี้ กลับกลายเป็นย่า แม้ว่าความจริง คุณย่าจะเป็นเพียงผู้วิ่งไม้ 2 ผู้รับไม้ต่อมาอีกทีนึง ซึ่งเป็นผู้ผลักดันทั้งทางตรงและทางอ้อมจนเกิดเป็นเรื่องราวทั้งหมดได้ แม้กระทั่งเป็นผู้สร้างเป้าหมายร่วมได้อย่างน่าประหลาดใจ และถึงกับทำให้เราน้ำตาตกได้ ผมชื่นชมซีรีย์เกาหลีอยู่หลายอย่าง เช่น หลายเรื่องที่ได้ดู ไม่ว่าจะเป็นซีรี่น์อิงประวัติศาสตร์, เรื่องตลกขำขัน, บู้ แอคชั่น แต่ผู้ทำ มักสอดแทรกเรื่องราวของความรักไว้ได้อย่างแนบเนียนเสมอ...

เตรียมตัวเที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด หลังปลอดภัยจากโควิดกัน

หลายคนฝันถึงที่เที่ยวไว้หลายแหล่ง หลังจากมีมาตรการจากรัฐให้กักตัวเองอยู่บ้าน รวมทั้งการออกเดินทางไปไหนไม่ได้มาหลายเดือน จนถึงเวลานี้ หลายๆ มาตรการล็อคดาวน์เริ่มผ่อนคลายลง แต่ยังไม่หมดเสียทีเดียว หลายที่ก็เปิดให้บริการกันแล้ว ผมเลยนำโพสต์แหล่งท่องเที่ยวมาแชร์กันอีกครั้งครับ หลายที่น่าจะเที่ยวกันได้แล้ว หรือไม่ ก็อดใจรออีกนิด ให้สะดวกปลอดภัยจริงๆ แล้วตามเก็บให้หมดเลยก็ได้ คงไม่มีใครห้ามครับ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้หลังหมดโควิด ผมคาดว่า การท่องเที่ยวน่าจะสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คงจำเป็นที่เราจะต้องช่วยเหลือ ด้วยการเที่ยวซะให้ครบนะครับ ^^ ผมเคยแชร์มาจากเฟสบุคมาครับ จากโพสต์นี้ https://www.facebook.com/dibbyhand/posts/593600951451932 อันนี้เลยมาลงเป็นของเวปเองเลย ไฟล์เป็นรูปภาพนะครับ อาจรวบรวมได้ไม่ครบถ้วนนัก เท่าที่พอหาได้ครับ แวะเยี่ยมชม 2 เพจของผมได้นะครับ ที่ https://www.facebook.com/dibbyhand/ และ https://www.facebook.com/we.are.the.choice.you.can.choose/ ครับ

น้องชายของผม 3 (ตอนจบ)

ผมคบหากับเธอคนนั้นโดยน้องแทบไม่รู้เรื่อง มารู้อีกทีก็เมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ดูเหมือนเขาจะงอนๆ ผมอยู่บ้าง แต่ก็คอยไต่ถามถึงเธออยู่บ่อยๆ เมื่อเราได้กลับบ้านน้ามาเจอกัน ผมก็เล่าให้เค้าฟังแทบทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง แต่ 2 คนไม่มีโอกาสได้มาเจอกัน เวลานั้น ผมเริ่มรู้สึกว่า ความรักมันควรเป็นเรื่องส่วนตัวของผม มากกว่าที่จะให้ใครเข้ามาแนะแนวโดยไม่จำเป็น ผมเลยไม่พยายามให้คนทั้งคู่ได้มาเจอกัน แต่ผมก็ไม่ถึงกับปิดอะไรไว้เป็นความลับ เล่าเท่าที่รู้สึกว่าควรจะเล่า และเป็นการเล่าที่ไม่ใช่การปรึกษาอีกต่อไป ผมรู้สึกว่า ผมควรจะดูแลความรักด้วยความคิดและความรู้สึกของผมเอง มากกว่าจะฟังแนวทางจากใคร เธอเคยเล่าว่า ครั้งนึง เมื่อยังไม่ได้เริ่มพูดคุยกัน เธอเคยมองมาที่ผมขณะผมโดนพี่ว๊ากเล่นงานอยู่หน้าสแตนเชียร์ และมองเห็นอะไรบางอย่างจากผู้ชายคนนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อไปมาก ความจริง หลังจากเวลานั้น ผมเองก็เริ่มรู้สึกถึงการมีตัวตนในบางด้านของตัวเอง มีคนรู้จัก มีคนทักทาย จนผมรู้สึกตัวเองขึ้นมาบ้างในบางทีว่า ผมก็ไม่ใช่แค่เด็กไม่เอาไหนที่โลกไม่อยากจำนี่นา ผมเล่าเรื่องที่บ้านของผมให้เธอคนนั้นฟังบ่อยๆ ทั้งแม่ พี่ชาย พี่สาว น้องชาย ไปจนถึงน้าสาวที่ผมเคยอาศัยอยู่ด้วย แม้กระทั่งน้าชายอีกคนและครอบครัว จนเธอแทบจะรู้จักคนที่บ้านผมพอ แม้จะยังไม่เคยเจอกัน เธอเป็นคนเรียนเก่ง อย่างน้อยที่สุด ก็เคยทำให้ผมได้เกรด C ในการสอบวิชาภาษาอังกฤษตัวแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ดีที่สุดก็แค่ D หรือไม่ก็ตก แม้เราจะเรียนคณะเดียวกัน แต่ต่างภาควิชากัน แต่เราก็คอยช่วยเหลือกันอยู่บ่อยๆ ในเรื่องต่างๆ...

น้องชายของผม 2

ผมขึ้นเรียนชั้น ม.1-3 ในโรงเรียนที่ถือว่าสอบเข้ายากที่สุดในหาดใหญ่แบบเหมือนจะฟลุค เสียค่าเรียนพิเศษไปหลายที่ แม่บอกว่า ที่จริง ผมเป็นเด็กหัวดีคนนึง แต่มีปัญหาหลายอย่าง (ผมออกจะมั่นใจว่า น่าจะแค่ปัญหาขี้เกียจเรียนอย่างเดียว) เลยทำให้ผมเรียนได้คะแนนไม่ดีนัก ขณะที่ขึ้นชั้น ม.3 น้องชายผมก็สอบได้และเข้าเรียนชั้น ม.1 ในโรงเรียนเดียวกัน แต่ที่บ้านไม่ยักกะตื่นเต้นเท่าตอนที่รู้ว่าผมสอบได้ คงเป็นเพราะดูเหมือนผมน่าจะไม่มีปัญญาสอบได้ตั้งแต่แรกแล้วมั๊ง ทุกคนเลยออกจะดีใจ เมื่อผมสอบเข้าได้ ผมไปโรงเรียนกับน้องทุกวัน โดยขึ้นรถตุ๊กๆ เจ้าประจำไปโรงเรียนทุกวัน (รถตุ๊กๆ แบบซูบารุ มีที่นั่ง 2 แถว และรับคนขึ้นได้เรื่อยๆ ในเส้นทางเดียวกันเหมือนรถ 2 แถว) รถตุ๊กๆ คันนี้บ้านอยู่ไกล้ๆ กับบ้านผม ผมเป็นลูกค้าคนแรกของเขาเสมอ ด้วยเหตุนี้กระมัง เขาเลยเก็บตังค์ผมแค่ครั้งละ 2 บาท (เท่ากับแค่ 1 คน) ไม่เคยเก็บของน้องชายผมเลย เลยกลายเป็นเจ้าประจำกันทุกเช้า เมื่อเป็นนักเรียนในโรงเรียนที่มีการแข่งขันกันสูง และการเป็นเด็กขี้เกียจอย่างผม แม่เลยบังคับให้ผมเรียนพิเศษทุกเย็น และแยกกันกลับบ้านกับน้อง ซึ่งไม่ต้องเรียนพิเศษอะไร ตกเย็น เราจึงไม่ต้องรอกัน เลิกเรียนแล้ว ผมเดินออกประตูโรงเรียนเดินข้ามถนนไป เดินลัดเลาะซอยไป 2-3...

น้องชายของผม 1

ผมมีน้องชายคนนึง เราอายุห่างกัน 2 ปี ผมสนิทกับเค้ามาก ถือว่า เป็นพี่น้องที่ผมรักเค้ามากที่สุดก็ว่าได้ แต่เจ้าน้องชายมันจะคิดกับผมเหมือนพี่อีก 2 คนรึปล่าว ผมก็ไม่แน่ใจ เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ โดยผมมักอาสาเป็นคนขับรถให้ตั้งแต่เรายังเด็ก ผมขี่จักรยาน ให้น้องซ้อนหลังมาด้วยเสมอ และไปไหนมาไหนตามความต้องการของเขามาตลอด จนโตพอจะขี่มอเตอร์ไซด์ ผมก็ยังคงทำเช่นนั้น น้องชายผมชอบกินไก่ทอด (ไก่ทอดหาดใหญ่เจ้าดัง) ผมก็มักพาน้องไป แม้ตัวเองจะไม่ค่อยชอบความเค็มของไก่ทอด และไม่ชอบหอมหรือกระเทียมเจียวที่ไว้โรยหน้าก็ตาม น้องมักล้อผมบ่อยๆ ว่า ผมเป็นคนขี้ลืม ไม่ก็บอกว่าสติผมฟั่นเฟือน แต่ผมรักน้องคนนี้มาก ไม่เคยถือโกรธอะไร และรู้สึกตามที่เขาว่า มีบ่อยครั้งที่ผมมักลืม เช่นบางครั้ง ตั้งใจจะไปร้านนี้ เพื่อซื้อของในร้าน แต่ไปถึงร้านแล้วก็ลืมว่าจะซื้ออะไร จนกลับมาบ้านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าออกไปทำอะไรมา แม่เคยพาผมไปหาหมอตั้งแต่ยังเด็ก ผมจำวิธีการตรวจไม่ได้แล้ว แต่ผลการตรวจ หมอไม่ยักจะบอกผม กลับไปบอกแม่คนเดียว เราเติบโตกันมาในจังหวัดพัทลุง วัยเด็ก ช่วงประมาณ ป.1 หรือ ป.2 ผมมักเดินไปโรงเรียนเอง เพราะบ้านกับโรงเรียนไม่ไกลกันนัก และโรงเรียน เป็นที่เล่นของเด็กๆ ในหมู่บ้านในวันหยุด ผมเคยไปกับพี่ๆ ผมบ่อยๆ เลยสามารถเดินไปเองได้ แม้พ่อจะเป็นครูสอนอยู่ที่นั่น ผมก็ไม่เคยนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์พ่อไปโรงเรียน ถ้าไม่จำเป็น...