ผีเสื้อและดอกไม้ (รีวิวหนัง)

ผีเสื้อและดอกไม้ (รีวิวหนัง)

ไม่เคยมีโอกาสได้ดูเรื่องนี้สักครั้ง แม้จะได้ยินชื่อมาบ่อย รวมทั้งไม่รู้เรื่องราวของหนังด้วย จนมาได้ดูและรับรู้เรื่องราวทั้งหมดไปพร้อมๆ กัน

ถือได้ว่า เป็นหนังแนวแปลกสำหรับยุคนั้น ที่หนังแต่ละเรื่องมักมีสูตรสำเร็จของมัน ต้องมีฉากไคลแมกซ์ ฉากเรียกน้ำตา หรืออะไรไป แต่อาจไม่ใช่กับเรื่องนี้

หนังปูเรื่องเป็นชีวิตชาวบ้านปกติของพื้นที่มุสลิมของใต้ ผมนึกย้อนไปในวัยเด็ก ในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน ชุมชนที่ไกล้สถานีรถไฟ มากมีผู้คนและความเจริญกว่าชุมชนที่ทำนา ทำสวน แต่ก็จะไม่เท่าในเมืองใหญ่ เช่นหาดใหญ่หรือยะลา

หนังเล่าเรื่องอย่างไม่พยายามกดดันคนดูให้รู้สึก ชีวิตยากจน ต้องออกจากโรงเรียน ต้องทำงานผิดกฏหมายด้วยเหตุผลที่เราจะเชื่อได้ หนังไม่ได้ชี้ว่า ความยากจนแร้นแค้นเป็นความทุกข์ที่คนดูจะต้องร้องไห้ แต่แค่บอกให้เราเข้าใจ หากการตัดสินใจใดๆ จะถูกข้อแม้เหล่านั้นมาเป็นเงื่อนไข เหมือนชีวิตของฮูยัน (ดูเหมือนจะเห็นเขาร้องไห้แค่ครั้งเดียว แต่ในเหตุอื่นๆ เราจะรู้สึกถึงความปกติ)​

นั่นอาจทำให้เราคิดได้ 2 ทาง

ทางแรก คือเราจะสามารถตัดสินได้ทุกอย่างด้วยเหตุผลของเรา และนั่งรอดูว่าสิ่งที่เราตัดสินไปแล้วนั้น ท้ายที่สุด มันถูกต้องหรือไม่ หรืออีกทาง คือเราสามารถปล่อยใจตัวเองให้รอดูการตัดสินใจของตัวละคร อย่างพร้อมจะเข้าใจ

สิ่งที่เราเห็นได้จากในหนังคือ ทุกคนล้วนเป็นคนดี หรือทุกคนย่อมอยากเป็นคนดี และมีพื้นฐานความเป็นคนดีอยู่ในตัวเอง ผมเคยโพสต์เรื่องนี้เอาไว้ครั้งนึง ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น หากแต่ชีวิตของทุกคน อาจไม่มีโอกาสได้แสดงความเป็นคนดีนั้นออกมา อาจจำเป็นต้องกระทำสิ่งเลวร้าย สิ่งผิด ไปด้วยเหตุผลและความจำเป็น จนต้องถูกเรียกว่า คนเลว

หนังเรื่องนี้อาจไม่มีไคลแมกซ์ ไม่มีหักมุม แม้จะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ก็ไม่สวยงามสว่างไสว รุ้งทอประกายนัก

มีหลายช็อตที่ดูแล้วก็นับถือ เช่น ผมไม่คิดว่า ผู้สร้างจะสามารถขอหรือให้รถไฟวิ่งตามใจได้ แต่ฉากมอดไม้บางฉาก เช่นภาพมุมไกลๆ ถ่ายให้เห็นมอดไม้บนหลังคารถไฟ หรือภาพจากบนสะพานที่ถ่ายกดลงมาเห็นมอดไม้บนหลังคารถไฟ คงต้องตั้งกล้องรอกัน

ใครยังไม่เคยดู ตอนนี้เน็ตฟริกซ์เอามาลงครับ กับอีกหลายๆ เรื่อง ตามดูได้

………………………

ดช สุริยา เยาวสังข์ (ฮูยัน)

เป็นนักแสดง และนายแบบวัยรุ่นในอดีตชาวไทย มีชื่อเสียงจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น (ปีพ.ศ. 2528) ปัจจุบันยังคงมีผลงานการแสดงอยู่เรื่อยๆ

เข้าสู่วงการเมื่อปี พ.ศ. 2527 ขณะศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยเริ่มจากงานถ่ายแบบ และแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ที่กำกับโดย ยุทธนา มุกดาสนิท เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ร่วมกับ วาสนา พลเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2528

ต่อมาจึงมีผลงานภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่สร้างชื่อเสียงอีกเรื่องคือ กว่าจะรู้เดียงสาในปี พ.ศ. 2530 คู่กับ มาช่า วัฒนพานิช ต่อด้วย ภาพยนตร์เรื่อง วงศาคณาญาติ ในปีเดียวกัน และ ซอสามสาย ในปี พ.ศ. 2531 จากนั้นจึงได้ไปศึกษาต่อที่เมืองปักกิ่ง ที่ประเทศจีนและกลับมาทำงานบริษัททัวร์กับช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว และได้กลับมาแสดงละครอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยประเดิมเรื่อง เฮฮาเมียนาวี ทางช่อง 5 เป็นเรื่องแรก จากนั้นจึงมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังช่วยบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ สร้างและกำกับภาพยนตร์ ช้างเพื่อนแก้ว เมื่อปี พ.ศ. 2546 ต่อด้วย ปัญญา เรณู ในปี พ.ศ. 2554 ปัญญา เรณู 2 ในปี พ.ศ. 2555, ปัญญา เรณู 3 รูปูรูปี ในปี พ.ศ. 2556, รวมทั้ง กรรไกร ไข่ ผ้าไหม สองบาทห้าสิบ ในปี 2558 และภาพยนตร์เรื่องอื่นออกมาเรื่อยๆ

ปัจจุบันสมรสแล้ว และมีบุคร 3 คน คือ ศิรภพ, อิงกมล และ อำภาพันธ์ เยาวสังข์ และได้ผลิตรายการ โอมมหารวย เดอะซีรีส์ ทางช่อง 5 เป็นผู้บริหารในตำแหน่ง ผอ.สถานีเซอร์ไพรส์ ทีวี รวมทั้งทำงานเบื้องหลังกับผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ให้กับบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

ดญ วาสนา ผลเยี่ยม (มิมปี)

เข้าวงการตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยมีโมเดลลิ่งติดต่อไปถ่ายโฆษณา น้ำส้ม ยี่ห้อ แฟนต้า จึงได้รับการติดต่อให้รับบท “มิมปี” นางเอก ภาพยนตร์ ของค่าย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ แสดงคู่กับ สุริยา เยาวสังข์ ผลงานกำกับของ ยุทธนา มุกดาสนิท ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2528

ผลงานที่ทำให้ ชื่อ ด.ญ.วาสนา พลเยี่ยม เป็นที่รู้จัก ในฐานะนางเอกในตาช่างฝัน และนางเอกอายุน้อยที่สุด หลังจากนั้นได้ห่างหายไปจากวงการเพื่อศึกษาจนจบปริญญาตรี โดยระหว่างที่ศึกษามีค่ายหนัง และละครติดต่อทาบทามอยู่ตลอด แต่ไม่ได้รับเนื่องจากตั้งใจที่จะศึกษาให้จบก่อน

จนกระทั่งเรียนจบจึงได้เริ่มรับงานอีกครั้งหลังจากที่ห่างไปนาน โดยประเดิมด้วยละครฟอร์มใหญ่หลังข่าวช่อง 9 เรื่อง ขุนศึก โดยรับบทเป็น จำเรียง และเล่นละครอยู่ 4-5 เรื่อง ต่อมาผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลัง ช่วงนึงเปิดโปรดักชั่่นเฮาส์ของตัวเองโดยทำงานร่วมกับน้องชาย ผลิตสารคดี สกู๊ปโฆษณา และรายการทีวี อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมามีผลงาน เป็นนักแต่งเพลง ผลงานเพลงที่แต่งชิ้นแรก เป็นเพลงประกอบโฆษณานมเปรี้ยว ดัชมิลล์ (ที่ฮิวโก้ เป็นพรีเซนเตอร์) และมีผลงานเพลง เป็นศิลปินอิสระ เพลงแนวป๊อบร็อก ชื่อวง Bloody Marry (บลัดดี้ แมรี่ ) และใน ปี 2015 มีผลงานเพลง เป็นศิลปินเพลงแนวอิเล็คทรอนิค ( EDM) ชื่อวง Siix Degrees (ซิกซ์ ดีกรี) กับค่ายเพลงโซนิคบูม มีผลงาน เพลง หยุดไม่ไหว และ เพลง อาณาจักร

มีผลงานแต่งเพลงเช่น เพลง คำว่า..แม่ , เพลง ทำดีให้พ่อดู (ศิลปิน AF ) ฯลฯ

ดช ชัยวัฒน์ พจนรักษ์ (ดุญญา)

ดญ วัลยา อัมพุช (อาเครญา)

แชร์เลย

Share this post